クリサナ

01.04.2010

Posted on: April 1, 2010

9ประการแก้ปัญหา ‘คับใจ’ ในที่ทำงาน

ไม่มีสถานที่ทำงานใดปลอดปัญหา ฉะนั้น ให้คิดเสียว่ายังมีคนอีกนับไม่ถ้วนที่ตกที่นั่งเดียวกับคุณ

และก็มีไม่น้อยที่ผ่านวิกฤตินั้นมาได้ แล้วคุณหละจะทำอย่างไร

มีผลการศึกษามากมายที่พิสูจน์ออกมาแล้วว่า ปัญหาในที่ทำงานที่ทำให้รู้สึกคับอกคับใจ
นอกจากจะมีผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของคนลดลง เพราะความรู้สึกทางลบทั้งหลาย
จะบั่นทอนสมาธิและขัดขวางศักยภาพในการทำงานแล้วยังส่งผลให้เกิดอาการป่วยกายอีกด้วย เพราะ
ความรู้สึกคับใจทำให้เกิดความรู้สึกโกรธ หรือเศร้าและหดหู่ จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง

วิธีการก็คือ ประการแรก
สร้างพลังใจให้เข้มแข็งเพื่อสลายความรู้สึกคับอกคับใจออกไป

แล้วแทนที่ด้วยการรับความรู้สึกดีๆ เข้ามาในใจ จำไว้ว่าไม่มีใครทำให้คุณรู้สึกทุกข์ใจได้ถ้าคุณไม่ยอมทุกข์เสียอย่าง

( นึกถึงเพลงก้อนหินก้อนนั้นของโรสเลยเนอะ ) พยายามเลือกสัมผัสรับรู้สิ่งที่ทำให้คุณสุขใจ และตัดการรับรู้
สิ่งที่ทำให้คุณทุกข์ บางครั้งการไม่รับรู้อะไรก็นำความสุขสงบใจมาให้ได้เหมือนกัน ยกตัวอย่าง การรับรู้
เรื่องการเมืองในที่ทำงาน อาจทำให้คุณรู้สึกหมดศรัทธาใครบางคน หรือบางเรื่องก็อาจทำให้คุณไม่สบายใจ

ปล. จงอย่าเอาตัวเราเข้าไปใกล้คนที่เป็นปัญหา หากเรายังไม่เข้มแข็งพอ

ประการที่สอง เลิกเล่นบทนักวิเคราะห์พฤติกรรม
หยุดคิดตีความว่าทำไมเขาถึงทำหรือแสดงออกอย่างนั้น เพราะคนเรามักมีแนวโน้มที่จะตีความทางลบมากกว่าทางบวก
อยู่แล้ว อย่ามัวเสียสมอง เสียเวลา เสียอารมณ์กับสิ่งเหล่านี้เลยค่ะ

ประการที่สาม สร้างช่องทางพิเศษสำหรับตัวเอง
เก็บงานเล็กๆ ที่คุณรักเอาไว้ งานที่คุณคิดสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง ค่อยๆ ทำแบบสะสมไปเรื่อยๆ งานที่จะทำให้คุณมีความสุข
และรู้สึกภาคภูมิใจ เป็นชิ้นงานที่คุณไม่ต้องนำไปเสนอใคร แต่เป็นงานที่มีคุณค่าทางใจสำหรับคุณเองคนเดียวเท่านั้น

ประการที่สี่ สร้างอารมณ์ขัน
รูปแบบของการระบายความคับใจอาจออกมาเป็น
ภาพการ์ตูนล้อเลียน ที่คุณเก็บเอาไว้แล้วหยิบออกมาดูเล่น
ยามหงุดหงิด อาจช่วยทำให้หน้าคุณเปื้อนยิ้มขึ้นมาได้บ้าง

ประการที่ห้า หยุดงานไปชาร์จแบตเตอรี่เสียบ้าง
การหลุดออกไปจากสภาพแวดล้อมที่ชวนหดหู่หรือวุ่นวายใจ จะทำให้ความรู้สึกดีขึ้น ใครที่พอมีเงินเก็บก็ให้ซื้อทัวร์
ไปเที่ยวเท่ากับเป็นการให้รางวัลชีวิตกับตัวเองด้วย

ประการที่หก ทำวิกฤติให้เป็นโอกาส
ถือว่าได้เรียนรู้คนได้เรียนรู้ชีวิต หนังสือเกี่ยวกับเทคนิค
การดำเนินชีวิต หรือแนวทางการแก้ปัญหาในที่ทำงานหลายเล่มมีกำเนิดมาจากประสบการณ์ของผู้เขียน
ไม่แน่นะคะ เรื่องร้ายๆ ที่คุณเจออาจเป็นวัตถุดิบให้คุณเขียนหนังสือขึ้นมาสักเล่มก็ได้

ประการที่เจ็ด แสวงหาพันธมิตร
ที่ช่วยให้คุณรู้สึกปลอดโปร่งและสบายใจ

ประการที่แปด ใช้ธรรมะเป็นเครื่องเตือนใจ
ในทางพุทธศาสนาก็คือผลกรรม ในทางจิตวิทยาเรียกว่า “ผลการกระทำ” หรือ consequences -เปรียบเสมือน
การขว้างบูมเมอแรง ท้ายที่สุดก็จะวกกลับมาสู่ผู้ขว้าง- การเชื่อในผลการกระทำจะให้ผลดีถึงสองด้าน
ด้านแรกจะเป็นเครื่องยับยั้งใจ ไม่ให้ทำไม่ดีต่อคนอื่น ด้านที่สองคือ เป็นเหตุผลที่ช่วยปลอบประโลมใจได้

ประการที่เก้า ฝึกการจับถูกมากกว่าจับผิด
ก็เหมือนกับการเลี้ยงเด็กนั่นแหละค่ะ ถ้าเราอยากให้พฤติกรรมใดเกิดขึ้นก็แสดงความสนใจและชมเชย
ในพฤติกรรมนั้น คุณควรเมินเฉยไม่ใส่ใจกับพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความใจร้ายกับคุณ
แต่ตอบสนองอย่างเป็นมิตรกับพฤติกรรมที่ดีและเป็นธรรม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


Categories

%d bloggers like this: